จะขอแนะนำ ภาพ เดอะวิทรูเวียนแมน ที่วาดโดย ลีโอนาโดดาวินชี่ ที่หลายท่านคง
ได้เห็นผ่านสายตามาแล้วนะคะ ตอนที่เห็นครั้งแรก เพ็ญก็รู้สึกว่าสรีระของมนุษย์ก็เป็น
สิ่งน่าทึ่งมากเลยค่ะ และยิ่งทึ่งไปอีกเมื่อได้อ่านที่มาของภาพนี้

จนมาได้อ่าน หนังสือเรื่อง ถอดรหัสอัจฉริยะดาวินชี โดย สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์,
ดร.สุทัศน์ ยกส้าน, ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ
ก็เลยคิดว่า อยากให้คนทั่วไปได้รู้จัก เรื่องราว ที่มาของภาพวาดนี้มากขึ้นค่ะ

สำหรับแนวคิดที่มาของ เกิดมาจากแนวความคิดของ “มาร์คัส วิทรูเวียส โพลลิออ”
(เกิดในช่วง 80-70 ปีก่อนคริสตกาล – 25 ปี ก่อนคริสตกาล) เป็น นักเขียน สถาปนิก
และ วิศวกร แห่งอาณาจักรโรมัน ได้อธิบายสัดส่วนโครงสร้างมนุษย์ไว้อย่างละเอียด
และเขียนไว้เป็นตำราตกทอดมาถึงยุคเรอเนซองซ์ โดยสรุปไว้ว่า เมื่อคนยืนกางแขนกางขา
ก็จะมีสัดส่วน ลงพอดีในกรอบรูปวงกลมและจัตุรัส เป็น
homo ad circulum และ homo ad quadratum หรือ “คนในวงกลม-คนในจัตุรัส”
โดยมีสะดือเป็นจุดศูนย์กลาง ภาพรวมของร่างกายมนุษย์สัตว์ประเสริฐ จึงเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์

ต่อมาเลโอนาร์โด ดาร์วินชี ได้ใช้ข้อมูลจากการศึกษาของตนเองมาเปรียบเทียบกับคำอธิบายของวิทรูเวียส และแสดงสิ่งที่ วิทรูเวียสกล่าวไว้ให้เห็นเป็นภาพจริงได้ ในประมาณช่วงปี ค.ศ 1490
เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปิน ลีโอนาโดดาวินชี่ และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพร่างที่
ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์มากที่สุด นอกจากนี้ในผลงานจริง จะเห็นว่าด้านบน และล่าง
ของภาพมนุษย์ในวงกลม และสี่เหลี่ยมยังเต็มไปด้วยตัวอักษรหลายบรรทัดซึ่ง ลีโอนาโด
บันทึกไว้ด้วยตัวอักษรแบบกลับด้าน ถอดความได้ว่า “ภาพนี้วาดขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาสรีระ
ของร่างกายมนุษย์เพศชาย ตามที่ถูกบันทึกไว้โดยวิทรูเวียส์

เลโอนาร์โดศึกษาสัดส่วนมนุษย์โครงสร้างมนุษย์และระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ มา
โดยตลอดและเขาเป็นคนเดียวที่ลุกขึ้นศึกษาข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ โดยใช้เวลาหลายเดือน
ในการวัดสัดส่วนตัวอย่างคนจริง ๆ 2 คนอย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อนิ้วถึงปลายหู ทั้งในท่ายืนและท่านั่ง พร้อม ๆ กับที่เขาศึกษาร่างกายของม้าเพื่อทำประติมากรรมให้สฟอร์ซา จนสามารถสรุปภาพรวมสัดส่วนร่างกายมนุษย์ จนสามารถพิสูจน์ทฤษฎี ของวิทรูเวียสได้สำเร็จ

ก่อนหน้าเลโอนาร์โด หลายคนได้ลองวาดภาพวิทรูเวียนแมน (Vitruvian Man)
นี้โดยพยายามยัดคนลงไปในจัตุรัสที่อยู่ในรัศมีของวงกลม มีจุดศูนย์กลางเดียวกัน
ได้ผลลัพธ์เป็นคนมีสัดส่วนแปลกประหลาด เช่น ในภาพของ
เซซาเร เซซารีอาโน (Cesare Cesariano) ค.ศ. ๑๕๒๑
วิทรูเวียนแมนจะมีมือยาวตีนยาวไม่สมประกอบ เพื่อยืดให้ถึงกรอบที่กำหนดไว้


แต่เลโอนาร์โดใช้ข้อมูลจากการศึกษาของตนเองมาเปรียบเทียบกับคำอธิบายของวิทรูเวียส
จึงแก้รายละเอียดในข้อสรุปของวิทรูเวียสได้ คือคนกางแขนขาจะตกอยู่ในกรอบจัตุรัสและ
วงกลมได้จริง แต่ตัวจัตุรัสและวงกลมไม่ได้สัมพันธ์กัน และไม่ได้มีจุดศูนย์กลางร่วมกัน
ในขณะที่สะดือเป็นจุดศูนย์กลางของคนในวงกลมจริง แต่จุดศูนย์กลางของคนในจัตุรัสจะอยู่ต่ำ
ลงมา

เลโอนาร์โดเรียนรู้ด้วยการทดสอบข้อมูลจริงก่อนยุคสมัยการทดลองแบบวิทยาศาสตร์
และก่อนคำว่า “วิทยาศาสตร์” จะถูกจำกัดความขึ้นมา

ภาพ วิทรูเวียนแมน ของเลโอนาร์โดจึงเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีของวิทรูเวียส คล้ายกับที่นักฟิสิกส์
สตีเฟน ฮอว์คิง พิสูจน์ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ทำให้ความคิดของไอน์สไตน์เป็นที่ประจักษ์งดงาม
เช่นเดียวกัน ภาพคนยืนกางแขนขาเป็นกรอบจัตุรัสและวงกลมได้รูปของเลโอนาร์โดก็ทำให้
ทฤษฎีของวิทรูเวียสกลายเป็นอมตะ บางคนเมื่อถามว่านึกถึงเลโอนาร์โดนึกถึงอะไร
แทนที่จะนึกถึง โมนาลิซา กลับนึกถึง วิทรูเวียนแมน

แต่ถ้าจะเข้าใจกายวิภาคมนุษย์พร้อมระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ได้ดี
เราจำเป็นต้องรู้จักสภาพภายใน ก่อนหน้าเลโอนาร์โด ไม่เคยมีใครศึกษาและบันทึก
กายวิภาคมนุษย์อย่างละเอียดและถูกต้อง แม้ว่าในวงการแพทย์จะตระหนักถึงความจำเป็น
ในองค์ความรู้นี้ก็ตาม เพราะถ้าใครลุกขึ้นผ่าศพเพื่อศึกษาอวัยวะภายใน ก็จะถูกกล่าวหาว่า
เป็นคนนอกศาสนาทำงานซาตานได้ง่าย ๆ โชคดีที่สฟอร์ซาซึ่งเป็นฮิวแมนนิสต์มีอิทธิพล
กล้าสนับสนุนและอนุญาตให้เลโอนาร์โดเอาศพเข้ามาผ่าในสตูดิโอได้ ถึงกระนั้นก็ยังถูกครหา
ข่าวลือบางสายถึงกับว่าเลโอนาร์โดเป็นพวกเล่นแร่แปรธาตุที่พยายามปลุกผีฟื้นชีวิต
และยังถูกโป๊ปกล่าวประณามในที่สาธารณะอีกด้วย

นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงคิดว่าเลโอนาร์โดพยายามกลบข่าวลือด้วยการสร้างสถานการณ์ที่
รู้จักกันว่า ปริศนา “โอเรียนต์ลึกลับ” (Mysterious Orient) หรือ “แดนตะวันออกลึกลับ” นั่นเอง

ในสมัยนั้น การผ่าศพต้องรีบทำภายใน ๒-๓ วัน เพราะอากาศค่อนข้างอบอุ่นของอิตาลี
ทำให้ศพเน่าเร็ว เมื่อได้ศพไร้ญาติมาแต่ละครั้ง เลโอนาร์โดจึงต้องหมกตัวอยู่ในสตูดิโอ
ทั้งผ่าทั้งวาดรูป บันทึกมาราธอนต่อเนื่องกันข้ามวันข้ามคืน เอาข้อสังเกตมาวิเคราะห์มาเขียน
เข้าใจว่ารวมอยู่ในส่วนหนึ่งของร่างหนังสือเรื่องกายวิภาคมนุษย์ ซึ่งท้ายสุดก็เขียนไม่เสร็จ
และไม่ได้พิมพ์แพร่หลาย เช่นเดียวกับหนังสือทฤษฎีศิลปะ อย่างไรก็ตาม รวมแล้วเลโอนาร์โด
ผ่าศพมากกว่า ๓๐ ศพ รวมทั้งศพตายทั้งกลม ศพขาดอาหาร ฯลฯ ศึกษาแทบทุกระบบ
รวมถึงระบบเลือดและระบบประสาท ซึ่งเขาจะค่อย ๆ แซะเนื้อเยื่อต่าง ๆ ออกเพื่อ
ให้เห็นการโยงใยของทั้งระบบทีละระบบ และยังผ่าสมองอีกด้วย จากนั้นก็เอา
โครงสร้างของมนุษย์ไปเปรียบเทียบกับกายวิภาคของสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนก
จนสามารถสรุปข้อเหมือนและข้อแตกต่างได้ เป็นต้นว่า เข่าของคนคือข้อต่อเดียวกับข้อตีนม้า
หรือลูกตานกฮูกมีประสาทรับรู้เหนือลูกตาคนอย่างไร

The Vitruvian Man ในที่ต่างๆ

Euro-standard circulation Italian 1 euro coin

Sculpture Homage to Leonardo (The Vitruvian Man) 1982 by Enzo Plazzotta in Belgrave Square in London, U.K.

Leonardo da Vinci’s Vitruvian Man – one of the world’s most recognizable illustrations – is rendered here in crop art in Germany

ขอบคุณ ข้อมูล

http://variety.teenee.com/world/408.html

เรื่องพิศวงของ ลีโอนาโด ดาวินชี่

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=printpage&artid=532

The Vitruvian Man by Da Vinci

Wikipedia

About krupenka

คณิตศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด

One response »

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s