ในฐานะ มุสลิมะห์ คนหนึ่ง เพ็ญ ก้อ เหมือนกับคนอื่นที่ตอนนี้ อิสลามิกชน ทุกคนก็ ตั้งหน้าตั้งตา รอ เดือนรอมฎอน ซึ่ง ถือว่าเป็นเดือนที่ประเสริฐที่สุด เพราะเป็นเดือนที่ เปิดโอกาสให้เราได้ ขออภัยโทษ ในบาปที่ผ่าน และทำความดีโดยได้รับผลตอบแทน มากที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่า เราตั้งใจทำความผิด แล้ว มา ตอบาด(สำนึกผิด) กันในเดือนรอมฏอนหรอกนะคะ

เดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่ เรา ถือศึลอดกันค่ะ

วันนี้ จะเล่า การใช้ปฏิทิน ของอิสลามค่ะ การนับปี ในอิสลาม เราเรียกกันว่า ฮิจเราะห์ศักราช ตัวย่อ คือ ฮ.ศ. ที่มาก้อ คือ ท่านอะลี หนึ่งในคณะที่ปรึกษา (ซึ่งต่อมาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺคนที่ 4) ได้เสนอให้ เอาการอพยพ (ฮิจเราะฮฺ) ของท่านนบีมูหัมหมัดจากมักกะฮฺไปสู่มะดีนะฮฺเป็นจุดเริ่มต้นนับศักราชใหม่ของอิสลาม เนื่องจากเป็นนิมิตหมายถึงความสำเร็จในการสถาปนารัฐอิสลามของท่านนบี และยิ่งกว่านั้นการอพยพครั้งนั้นยังเป็นการจำแนกความจริงจากความเท็จและความหลงผิด ได้อย่างชัดเจน
ท่านอุมัรเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอนี้ การปรึกษาหารือเรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณปีที่ 17-18 หลังจากการฮิจเราะฮฺ จึงมีมติให้เริ่มนับศักราชอิสลามตั้งแต่ปีที่ท่านนบีอพยพ เรียกว่า ฮิจเราะฮฺศักราช (ปีแรก ตรงกับ ค.ศ.622)

วันที่ 1 มุฮัรร็อม ฮ.ศ.1 ตรงกับวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.622

ปฏิทินฮิจญ์เราะหฺ เป็นระบบปฏิทินจันทรคติ นั่นคือ จะใช้ดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ดังนั้นในหนึ่งปีจันทรคติจึงมี 354 วันหากเป็นปีปกติสุรทิน และ 355 วันหากเป็นปีอธิกสุรทิน ดังนั้น ในรอบ 30 ปีจะมีปกติสุรทิน 19 ครั้ง และอธิกสุรทิน 11 ครั้ง

มีกฎหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับปฏิทินนี้ เช่น การจ่ายซะกาต การทำฮัจญ์และการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนก็อาศัยปฏิทินนี้เป็นตัวกำหนด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีสิ่งสำคัญอื่นๆที่ถูกกำหนดไว้ในอิสลามต้องอาศัยปฏิทินจันทรคติ เช่น ระยะเวลาอิดด๊ะฮ์ (ช่วงเวลาโศกเศร้าสำหรับแม่หม้าย เป็นต้น)(อันนี้เพิ่งรู้ นะเนี่ย เดี๋ยวไปหามาก่อนว่าเป็นวันไหน

ชื่อของเดือนอิสลามก็ได้ถูกใช้มาก่อนอิสลาม แต่เราปฏิบัติตามนั้นมิใช่เพราะพวกอาหรับป่าเถื่อนใช้มัน แต่เพราะท่านรอซูลุลลอฮฺใช้มัน ชาวอาหรับในยุคนั้นเคยเลื่อนเดือนต่างๆเพื่อผลประโยชน์ของตนเองโดยเฉพาะเดือนต้องห้ามทั้งสี่ อันได้แก่เดือนซุลเกาะด๊ะฮ์ ซุลฮิจญะฮ์ มุฮัรร็อมและเราะญับ ขณะที่อิสลามถือว่าปฏิทินจันทรคติเป็นปฏิทินตามกฎหมายอิสลามก็ห้ามสับเปลี่ยนหรือเลื่อนเดือนเหล่านั้น “แท้จริง การเลื่อนเดือนศักดิ์สิทธิ์ออกไปมิใช่อื่นใดนอกไปจากอีกตัวอย่างหนึ่งของการปฏิเสธที่บรรดาผู้ปฏิเสธได้ถูกทำให้หลงผิด ในปีหนึ่ง พวกเขาทำให้บางเดือนเป็นที่อนุมัติและในอีกปีหนึ่งพวกเขาได้ทำให้เดือนเดียวกันนั้นเป็นที่ต้องห้าม ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ทำให้เดือนที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ให้เป็นเดือนต้องห้ามเป็นเดือนที่อนุมัติ การทำชั่วของพวกเขาได้ถูกทำให้ดูเหมือนว่าเป็นสิ่งดีสำหรับพวกเขา เพราะอัลลอฮฺไม่ทรงนำทางบรรดาผู้ปฏิเสธสัจธรรม” (กุรอาน 9:37) อายะฮฺดังกล่าวข้างต้นได้ห้ามการปฏิบัติเช่นนั้น

เกี่ยวกับที่มาของชื่อเดือนต่างๆนั้น

พวกอาหรับได้ตั้งชื่อเดือนเหล่านี้มาก่อนอิสลามแล้ว ชื่อส่วนใหญ่จะอาศัยสภาพภูมิกาศในเวลานั้นหรือเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น

1) มุฮัรร็อม ชื่อของเดือนนี้มาจากคำว่า “ฮะรอม” ซึ่งหมายถึง “เป็นที่ต้องห้าม” เพราะในอารเบียมีประเพณีห้ามการต่อสู้ในระหว่างเดือนนี้เนื่องจากเป็นเดือนทำฮัจญ์ ดังนั้น เดือนมุฮัรร็อมจึงเป็นหนึ่งในสี่เดือนต้องห้ามของอิสลาม

2) เศาะฟัร คำนี้หมายถึง “เสียงหวีดหวิวของลม” นักวิชาการบางคนก็บอกว่าเดือนนี้แปลว่า “ว่างเปล่า” หรือ “สีเหลือง” ชื่อนี้ได้ถูกตั้งให้แก่เดือนนี้ก็เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ลมพัดแรงของปี ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าเดือนต่างๆได้ถูกตั้งชื่อตามสภาพอากาศในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเดือนต่างๆอาศัยการโคจรของดวงจันทร์ เดือนต่างๆจึงเลื่อนไป 11 วันทุกปี ดังนั้น ฤดูกาลจึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับชื่อของเดือนนั้น

3) เราะบีอุลเอาวัล เดือนแรกของฤดูใบไม้ผลิ ดูเหมือนว่าในตอนตั้งชื่อเดือนนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ

4) เราะบีอุซซานี เดือนที่สองของฤดูใบไม้ผลิ

5) ญุมาดา อัลอูลา เดือนแรกของฤดูร้อน คำว่า “ญุมาดา” หมายถึง แห้งแล้ง

6) ญุมาดา อัซซานี เดือนที่สองของฤดูร้อน

7) เราะญับ เป็นเดือนต้องห้ามอีกเดือนหนึ่งก่อนหน้าอิสลาม นั่นคือ ห้ามรบราฆ่าฟันและต่อสู้ทำสงคราม นี่เป็นเดือนที่ชาวอาหรับให้ความเคารพมากที่สุด เดือนนี้ถูกเรียกว่า “เราะญับ อัล-ฟัรฎ์” ด้วยเช่นกัน “ฟัรฎ์” หมายถึงโดดเดียวตามลำพัง เพราะเดือนต้องห้ามอื่นๆอยู่ติดกัน ยกเว้นเดือนนี้ที่แยกออกมาต่างหาก

8) ชะอ์บาน ชื่อของเดือนนี้ได้มาจากคำว่า “ชุอ์บา” ซึ่งหมายถึงกิ่งก้านสาขาหรือแพร่ขยายออกไป พวกอาหรับเคยคิดหาวิธีอะไรใหม่ๆในระหว่างเดือนนี้เพื่อหาน้ำ

9) เราะมะฎอน มาจากคำว่า “ร็อมเฎ้าะ” ซึ่งหมายถึงหินร้อน นี่เป็นการบอกเราว่าเมื่อมีการตั้งชื่อเดือนนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี

10) เชาวาล มาจากคำว่า “ชะล่ะ” ซึ่งหมายถึง “เมื่ออูฐตัวเมียตั้งท้อง” เมื่อตอนที่ตั้งชื่อนี้เป็นช่วงอูฐตัวเมียตั้งท้อง

11) ซุลเกาะด๊ะฮฺ มาจากคำว่า “เกาะอะดะ” ซึ่งหมายถึงนั่ง เดือนนี้เป็นเดือนต้องห้ามการรบราฆ่าฟันอีกเดือนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ผู้คนเคยหยุดทำธุรกิจในระหว่างเดือนนี้และนั่งเตรียมตัวสำหรับการทำฮัจญ์

12) ซุลฮิจญะฮฺ เป็นเดือนแห่งการทำฮัจญ์และเป็นเดือนต้องห้ามอีกเดือนหนึ่ง

คัดลอก จาก บทความ อ.บรรจง บินกาซัน ใน มุสลิมไทยดอทคอม

การเปลี่ยนระหว่าง ฮ.ศ. และ ค.ศ.

หากต้องการทราบว่าวันเดือนปีใน ค.ศ. xxxx ตรงกับวันเดือนปีใดใน ฮ.ศ. ให้ทำดังนี้

วิธีที่ 1
1.เปลี่ยนค่า ปี เดือน และวัน ที่ต้องการนั้นให้มีจำนวนเป็นวัน โดยการนำเอาปีนั้นมาลบด้วย 1 แล้วคูณด้วย 365.25 แล้วเอาจำนวนเดือนและวันที่เหลือมาบวก
2.เอาผลลัพธ์นั้นลบด้วยค่าความแตกต่างระหว่าง ค.ศ. และ ฮ.ศ. คือ 227015 วัน
3.เอาผลลัพธ์หารด้วย 10631 (อันเป็นเวลา 1 รอบน้อย)
4.เอาผลลัพธ์คูณด้วย 30 และเอาเศษที่เป็นวันนั้น ทำเป็นปีและเดือน ตามกฎของปีปกติและอธิกสุรทิน และบวกเข้ากับผลลัพธ์
5.เอาหนึ่งบวกกับผลลัพธ์ที่เป็นปีและเอาเศษผลลัพธ์ที่เป็นนั้นนั้นทำเป็นเดือน
ตัวอย่างเช่น วันที่ 1 ม.ค. 1992

1992 – 1 = 1991

1991 x 365.25 = 727212.75 + 11 = 727223

727226 – 227015 = 500208

10631 = 47 รอบ เศษ 551 x 30 = 1410 + 1 + 1 ปีเศษ 197 วัน = 2523 ปี 197 วัน

1411 + 1 ปี = 1412 ปี 197 วัน

197 30 + 29 + 30 + 29 + 30 + 30 + 19 = Rajab 1412

วิธีที่ 2
โดยใช้ข้อมูลต่อไปนี้เป็นหลัก

1.วันที่ 1 มุฮัรรอม 01 ตรงกับ 16 กค. 622
2.ปีจันทรคติ ฮ.ศ. มี 354.36666 วัน
3.ปีสุรยคติเกรกอเรียนมี 365.2425 วัน จูเลียน = 365.25
4.1 ปี จันทรคติมีค่า = 0.070223 = 0.97
5.1 ปี สุริยคติมีค่า = 1.0306909 = 1.0307121
ตัวอย่างเช่น วันที่ 1 มค. 1992

1.ลบปีที่ต้องการซึ่งยังไม่บริบูรณ์นั้นด้วย 1992 – 1 = 1991
2.ความแตกต่างระหว่าง ค.ศ. และ ฮ.ศ. ด้วย 1991 – 622 = 1369 ด้วยการหาผลลัพธ์นั้นด้วย 622
3.ระหว่าง 16 กค. ถึง 11 มค. เป็นเวลา = 179 วัน
4.เอาผลลัพธ์จากข้อ 2 ซึ่งเป็นปีนั้นคูณด้วย 1.0306909 = 1411.0158
5.ทศนิยมจากเศษนั้นเปลี่ยนเป็นโดยการคูณกับ 354.3666 1.0307121 = 1411.0448 = 1411 ปี 5.59 วัน
6.เอาผลลัพธ์จากข้อ 3 และ 4 รวมกัน ปี 1412 ปี 15.87 วัน +
7.บวกค่าความแตกต่างระหว่าง ก.ค. ถึงเดือนที่ต้องการ 179 วัน ปี 1412 วัน
8.บวกค่าความแตกต่างระหว่าง J และ G = 13 วัน = 19 Rajab 1442
9.เปลี่ยนผลลัพธ์จากวันเป็นเดือนและวัน

ถ้าจะหา ค.ศ. จาก ฮ.ศ.ทำได้ดังนี้

1.เอา ฮ.ศ. ปีที่ต้องการนั้นลบด้วย 1
2.เอาผลลัพธ์ที่ได้คูณด้วย ผลลัพธ์ที่ได้เป็นปีและทศนิยมของปี
3.เปลี่ยนทศนิยมของผลลัพธ์เป็นวันด้วยการคูณกับ 365.25
4.เอาระยะเวลาห่างจาก 1 ม.ค. ถึง 16 ต.ค. (200 วัน) บวกกับผลลัพธ์
5.เอาค่าความแตกต่างระหว่าง ค.ศ. และ ฮ.ศ. มาบวก
6.เอาระยะเวลาจาก 1 มุฮัรรอม ถึงวันที่และเดือนที่ต้องการ
7.เปลี่ยนค่าของผลลัพธ์เป็นปี – เดือน – และวันที่

คัดลอกมาจาก วิกีพีเดีย

About krupenka

คณิตศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด

9 responses »

  1. krupenka says:

    ขอ นำ เนื้อหาที่เขียน ไว้ใน bloggang มาโพส ซ้ำนะคะ ยังไม่ว่างได้ทำใหม่

  2. krujukjun says:

    ได้ความรู้เยอะแยะเลยค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ …

    • krupenka says:

      ค่ะ เรื่องนี้ คนอิสลาม หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้เลยค่ะ

  3. มะยม จิ๊จ๊ะ says:

    อ่านหน้านี้ จะหลับคะครูเพ็ญ ตัวเลขเยอะ!! อิอิ

    ความรู้ทั้งนั้น (แต่คงจำไม่ได้)

    • krupenka says:

      คนนำมา แปะ ก็จำไม่ได้เหมือนกัน จำได้ แต่ว่า ต้องนำ ค.ศ. มา ลบ ด้วย 622 โดยประมาณ

  4. เนื้อหาที่ครูนำมาโพสต์ เป็นข้อมูลที่ให้ความรู้มากๆ ๆ เลยค่ะ เพราะหนูก้อเคยได้ยินชื่อนี้มา แต่ไม่รู้จักความหมายอย่างลึกซึ้ง ขอบคุณที่เพิ่มเติมความรู้ให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • krupenka says:

      ค่ะ เรื่องนี้ เคย ออกข้อสอบ โอเน็ต ตอนปี 52 ด้วยนะคะ

  5. sunisa says:

    ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันให้หนู

  6. roong 507 no.6 says:

    ได้ความรู้มากเลยครับ เดี๋ยวผมจะจำให้ได้ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s