สวัสดีค่ะ  วันนี้นำข่าวเก่า ที่น่าสนใจมาให้ชมกัน  เป็นข่าวการ ชนะการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ไม่ใกล้ไม่ไกล จากโรงเีรียนเราเลย

มารู้จักโครงงานนี้กันค่ะ

โครงงาน  “พลาสติกจากเกล็ดปลา” (Bio-based Packaging Plastics from Fish Scale) เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ของกลุ่ม

นักเรียนชั้น ม.ปลาย จาก ร.ร.สุราษฎร์พิทยา จ.สุราษฎร์ธานี ที่ได้รับรางวัลใหญ่ถึง 5 รางวัล จากการประกวดใน 2 เวทีระดับโลก

ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือน พ.ค.54 ที่ผ่านมา

เวทีแรกคือ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ไอสวีป 2011 (I-SWEEEP 2011) ผลงานดังกล่าวได้รับ 2 รางวัลคือ เหรียญทอง และรางวัลพิเศษด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อีกเวทีที่ “พลาสติกจากเกล็ดปลา” คว้ามาได้ถึง 3 รางวัลคือ การประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทลไอเซฟ 2011 (Intel ISEFF : Intel International Science and Engineering Fair 2011) โดยได้รับ “รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์”รางวัลที่ 1 ประเภทแกรนด์ อวอร์ดส์ สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม และยังได้รางวัล “เบสต์ ออฟ แคตากอรี อวอร์ดส์” ในสาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม

เจ้าของผลงาน นายพรวสุ พงศ์ธีระวรรณ, น.ส.ธัญพิชา พงศ์ชัยไพบูลย์ และ น.ส.อารดา สังขนิตย์   นักเรียนจากสุราษฎร์พิทยา เปิดเผยหลังจากเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงบ่ายวันที่ 15 พ.ค.54 ว่า รางวัลที่พวกเขาได้รับนับว่ายิ่งใหญ่มาก เนื่องจากคณะกรรมการ ผู้ตัดสินจะเลือกเพียง 2 โครงงาน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 443 โครงงาน 17 สาขา รวม 65 ประเทศ ที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดยอดเท่านั้น

ด้วยแนวคิดนำสิ่งเหลือทิ้งที่มีอยู่ในท้องถิ่น อย่างเกล็ดปลา มาทำให้เกิดประโยชน์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว จนทำให้ทีมจาก ร.ร.สุราษฎร์พิทยา สามารถพิชิตใจกรรมการในครั้งนี้มาได้ และถือเป็นชาติที่ 2 ของเอเชีย และเป็นประเทศแรกในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับรางวัลยิ่งใหญ่จากเวทีอินเทลไอเซฟได้สำเร็จ

ทีมจาก ร.ร.สุราษฎร์พิทยา เล่าถึงที่มาของการทำโครงงานว่า ในแต่ละวัน มีการใช้พลาสติกประเภทโฟมอยู่จำนวนมาก ทั้งขั้นตอนการผลิตและการทำลายล้วนมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดความคิดที่อยากจะนำของเหลือทิ้งมาผลิตทดแทนโฟม

หลังจากนั้นพวกเขาจึงได้เริ่มจากการสังเกตเจลาติน หรือวุ้นจากขนมเยลลี ที่มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายพลาสติก แล้วค้นคว้าหางานวิจัยประกอบ พบว่าเจลาตินสามารถทำได้จากวัตถุดิบหลายชนิด ทีมจึงเลือกที่จะทำจากเกล็ดปลา เนื่องจากหาง่ายและเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากครัวเรือน

“แต่เราได้เลือกเกล็ดปลากะพงมาใช้ เนื่องจากได้มวล และความแข็งแรงสูง เมื่อนำมาผลิตเป็นเจลาตินและใช้ภาชนะเป็นแบบ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส่อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อยสลายได้ภายใน 28 วัน ต้นทุนการผลิตก็ถูกกว่าโฟมอีกด้วย” น.ส.อารดาอธิบาย

นอกจากนี้ นายพรวสุ สมาชิกทีมยังบอกอีกว่า การศึกษาและการทดลองโครงงานชิ้นนี้ ใช้เวลานานร่วมปี กว่าจะสำเร็จออกมาได้ หลังจากนี้จะพัฒนาและทดลองให้พลาสติกจากเกล็ดปลาสามารถนำไปใช้ในเตาไมโครเวฟได้ต่อไป

อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 คน ยังเผยเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยว่า พวกเขาได้ทำอย่างเต็มที่ หมั่นหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง น.ส.ธัญพิชา บอกว่าการเรียนรู้ ไม่เพียงแต่อยู่ในห้องเรียนเท่านั้น ต้องมีการทดลอง ศึกษา จนสามารถนำสิ่งเหล่านั้นไปแข่งขันจนสามารถคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ

ที่สำคัญ ทีมที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของมูลนิธิอินเทลนั้น ชื่อของพวกเขาจะได้รับเกียรติไปตั้งเป็นชื่อของดาวเคราะห์น้อย โดยน้องๆ ทั้ง 3 คน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปหันมาศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ กันมากขึ้นด้วย

ในวันเดียวกันนี้ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เดินทางมาแสดงความยินดีกับคณะเยาวชนไทยที่คว้ารางวัลใหญ่กลับประเทศ โดยกล่าวว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจของเด็กไทยอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้นำผลงานไปเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลกจนคว้าชัยมาได้สำเร็จ ถือเป็นการเรียนรู้ประสบการใหม่ และคาดหวังว่าทุกคนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ไทยที่ดีในอนาคตได้ต่อไป

ทั้งนี้ การจัดส่งนักเรียนไทยไปแข่งขันในมหกรรมการประกวดดังกล่าว เป็นความร่วมมือของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทริกและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช.กับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แลบริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอกนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ในเวทีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 ในปีนี้ ยังมีทีมนักเรียนไทยได้รับรางวัลโครงงานวิทยาศาสตร์อีกเชนกัน โดยนายนรินธเดช เจริญสมบัติ, นายธนทรัพย์ ก้อนมณี และ น.ส.วรดา จันทร์มุข จาก ร.ร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัลที่ 4 ประเภท แกรนด์ อวอร์ด สาขาวิศวกรรมวัสดุและวิศวกรรมชีวเวช จากโครงงานการนำผลของฟิลม์มิวซิเลจจากเมล็ดแมงลักมาใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวด้วย

อีกทั้ง ร.ร.กันทรารมณ์ จ.ศรีสะเกษ สามารถคว้าเหรียญเงินจากเวทีนี้ได้เช่นกัน จากโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การออกแบบระบบควบคุมการปลูกพืชในโรงเรือนด้วยอาร์ดิโน (Arduino) พัฒนา โดย นายกิตติ์ ธเนศธนะรุ่งโรจน์ทวี, นายฉัตรชัย จันทะศิลา และนายอภิสิทธิ์ รังสิมาวงศ์

อย่างไรก็ดี ตัวแทนทีมจาก จาก ร.ร.กันทรารมณ์ ได้เปิดเผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า การแข่งขันครั้งนี้นอกจากได้รางวัลแล้วยังทำให้พวกเขาทั้ง 12 คน จาก 5 ทีม ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยได้ประสบการณ์หลายด้าน ทั้งการเรียนรู้จากเพื่อนต่างชาติ การฝึกใช้ภาษา ตลอดจนได้เรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม ทั้งยังได้ฝึกคิดฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เป็น ถือว่าคุ้มมากสำหรับสิ่งที่ได้กลับมา
สรุปผลรางวัลโครงงานวิทยาศาสตร์ จากทั้ง 2 เวทีที่เด็กไทยได้รับ ดังนี้

1. การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ “ไอสวีป 2011” (I-SWEEEP 2011 : The 4th International Sustainable World (Energy, Engineering, and Environment) Project Olympiad) ที่เมืองฮุสตัน มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-8 พ.ค.54

– โครงงาน “พลาสติกจากเกล็ดปลา” จาก ร.ร.สุราษฎร์พิทยาได้รับรางวัลเหรียญทอง และรางวัลพิเศษประเภททีมสาขาสิ่งแวดล้อม เอ็นเอซี เอนไวรอนเมนทัล เฟรนด์ลี เทคโนโลยี อวอร์ด (NAC Environmental-Friendly Technology Award)

– โครงงาน “การออกแบบระบบควบคุมการปลูกพืชในโรงเรือนด้วยอาร์ดูโน (Arduido)” จาก ร.ร.กัณทรารมณ์ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

2.การประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรือ “อินเทลไอเซฟ 2011” (Intel ISEFF : Intel International Science and Engineering Fair 2011) ที่นครลอสแองเจอลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8-13 พ.ค.54

– โครงงาน “พลาสติกจากเกล็ดปลา” จาก ร.ร.สุราษฎร์พิทยา รับ 3 รางวัลคือ 1.รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของมูลนิธิอินเทล (Intel Foundation Young Scientist Award) ได้รับรางวัล 50,000 เหรียญสหรัฐ 2.รางวัลที่ 1 ประเภทแกรนด์ อวอร์ดส์ สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม (Grand Award, Environment Management) ได้รับเงินรางวัล 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 3.รางวัล “เบสต์ ออฟ แคตากอรี อวอร์ดส์” สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม (Intel ISEF Best of Category Award, Environment Management) ได้รับเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

– โครงงาน “ผลของฟิล์มมิวซิเลจจากเมล็ดแมงลักต่อการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่หลังการเก็บเกี่ยว” จาก ร.ร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ได้รับรางวัลที่ 4 แกรนด์อวอร์ด สาขาวัสดุศาสตร์ ได้รับรางวัลมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี นอกจากความสำเร็จของทั้ง 5 ทีมที่ได้รางวัลกลับมา ยังเป็นปีที่โครงงานวิทยาศาตสตร์ของเด็กไทยได้รับรางวัลสูงสุด โดยจากผลงานของทีม ร.ร.สุราษฎร์พิทยา ที่คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากมูลนิธิอินเทล นับได้ว่าเป็นชาติที่ 2 ในเอเชีย และยังเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับรางวัลนี้

ทั้งนี้ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับโลกอินเทลไอเซฟ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในส่วนของประเทศไทยได้ส่งเยาวชนที่ชนะเลิศจากการประกวดโครงงานวิทยา ศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ และการประกวดโครงงานนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากเนคเทคเข้าแข่งขัน.

ให้นักเรียน ชั้น ม.5/7  และ 5/8  อ่าน บทความนี้ และร่วมแสดงความคิดเห็น  ด้วยค่ะ

 

ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9540000059525

About krupenka

คณิตศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด

7 responses »

  1. วรัญชิต says:

    เข้ามีความคืดที่ดี มากเลย ถ้าเรา เอาเวลา ว่างมาคิดแบบนี้บ้างก็จะดีมากเลยคัฟ

  2. thailand only ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยขอสนับสนุนครับ เป็นโครงงานรักธรรมชาติที่ไม่ซ้ำใคร

    ทั้งอีกวัสดุที่รักธรรมชาติ เป็นการรีไซเคิ้ลวัสดุมาใช้ใหม่ แต่เสียอย่างเดียวคือการนำพลาสติกมาใช้ เพราะเป็นวัสดุที่ย่อย

    สลายยาก แต่เด็กไทยไปถึงเวทีโลกได้ก็เก่งมากๆแล้วครับ ^^

  3. – เด็กสมัยนี้ สามารถนำสิ่งที่เหลือใช้มาประยุกต์ให้เกิดเป็นของมีค่า ซึ่งทำมาจากการลงทุนน้อย แต่ได้ผลประโยชน์ที่มีค่า เก่งมากๆ ๆ เลย เด็กภาคใต้ของเรา ถ้าคนไทย คิดได้อย่างพวกเขา ก็คงจะดี ประเทศชาติ จะเจริญไปมากไปกว่านี้ เพราะมีคนเก่งอยู่ในประเทศ

  4. เด็กไทยปัจจุบันก็สามารถนำสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติที่ไม่ใช้แล้วมาปรับปรุง ประยุกต์ได้โดยไม่น้อยกว่าเด็กต่างชาติ สิ่งเหล่านี้คือประโยชน์และความก้าวหน้าที่เด็กไทยสามารถเข้าสู่สากลได้โดยไม่น้อยไปกว่าเด็กต่างชาติ…

  5. พิมศิริ says:

    เด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์กันมากมาย แค่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจกับสิ่งนี้มากนัก และที่สำคัญก็คือการนำเอาวัสดุธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อโลกของเรา ถือว่าเป็นการอนุรักษ์โลกอีกทางนึงด้วยค่ะ

  6. เป็นไอเดียที่ดีสุดๆ ไม่อยากเชื่อว่าเด็กไทยก็สามารถแข่งได้และได้รับรางวัลกลับมา ดีใจสุดๆเลย

  7. ความคิดของเด็กไทยนั้นสร้างสรรค์แต่ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่การได้รางวัลในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับเด็กไทยและประเทศไทยแล้ว !เยี่ยมที่สุด!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s