เดือน รอมฎอน เป็นเดือนลำดับที่ 9 ของปีฮิจเราะห์ ของอิสลามค่ะ
นอกจากเป็นเดือนที่มุสลิม จะถือศีลอดกันแล้วความสำคัญของ
เดือนรอมฏอน อีกอย่างก็คือเป็นเดือนที่ คัมภีร์อัลกรุอ่านได้ถูกประทาน
ลงมา ดังนั้น เมื่อ สิ้นเดือนรอมฎอน หรือวันที่ 1 เดือนเชาวาล
ก็จะมีการฉลอง เรียกกันว่า วันฮารีรายอ หรือวันออกบวช
คือวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี้ ค่ะ

การกำหนดวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี้ นี้จะกำหนดตายตัวไม่ได้ค่ะ
ต้องรอประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรีว่า วันไหน ถือเป็นวันตรุษ
เมื่อประกาศแล้วทางมัสยิดก็จะมีการกล่าว ตักบีร
(สรรเสริญ ความยิ่งใหญ่ของอัลเลาะห์ ซุปฯ ความว่า
“อัลเลาะฮุ อักบัร, อัลเลาะฮุ อักบัร, อัลเลาะฮุ อักบัร,
ลาอีลาฮาอิลลัลลอฮ วัลลอฮุอักบัร, อัลเลาะฮุ อักบัร วะลิลลาฮิลฮัมดฺ
แปลว่า อัลเลาะฮุผู้ทรงยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์
และมวลการสรรเสริญมอบแด่พระองค์)

ซึ่งเมื่อตอนเด็กๆ ฉันตื่นเต้นดีใจมากเพราะ วันตรุษแต่ละครั้ง
เราจะได้ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ได้เจอญาติที่อยู่ไกล ได้รับแจกเงิน
แต่เวลาผ่านมาไม่นาน จนวันนี้ ฉันอยู่ในวัยทำงาน
ที่เมื่อถึงวันตรุษของฉันเอง ฉันต้องลางาน ถ้าไม่ตรงกับ
วันเสาร์ อาทิตย์ หรือไม่ถ้ามีงานด่วน ฉันก็ลาได้แค่ครึ่งวัน
ความรู้สึก ตื่นเต้นก็ชักจะหายไป ปีนี้วันที่ 1 เดือนเชาวาล

ตรงกับ วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2554  ตรงลางานอีกหนึ่งวัน

ในวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี้ นี้ สิ่งที่ควรทำก็มีดังนี้
1. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด (การอาบน้ำในวาระสำคัญนี้เรียกว่า
อาบน้ำสุนัต :ควรปฏิบัติ)

2. แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดที่มีอยู่และถูกต้องตาม
หลักการอิสลามคือปกปิดร่างกายมิดชิด

3. ปะพรมน้ำหอม เนื่องจากจะต้องไปเข้าร่วมกิจกรรม
และพบปะผู้คนจำนวนมาก และท่านศาสดาเองก็ชอบของหอม
(อันนี้ เฉพาะ ผู้ชาย เท่านั้นค่ะ)

4. รับประทานอาหารเช้าเล็กน้อย (ปกติ แต่ละบ้านจะทำอาหาร
ขนมนมเนยแจกเพื่อบ้าน หรือไม่ก็เลี้ยงที่บ้านค่ะ เราก็จะเลือกว่า
อยากทานอะไร ก็ไปบ้านที่ทำของถูกปากก่อน )

5. บริจาคซะกาตฟิตเราะห์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว
โดยบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ในละแวกบ้าน ปัจจุบันนี้มัสยิดต่าง ๆ
รับเป็นผู้ดำเนินการโดยแต่ละครอบครัวในชุมชนมัสยิดนำซะกาต
ไปมอบให้มัสยิดดำเนินการแจกจ่ายแทน ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวสาร
ชนิดเดียวกันที่เราทานอยู่เอง ประมาณคนละ 3 กิโลกรัม
ถ้าไม่เป็นข้าวสารก็เป็นเงินที่สามารถซื้อข้าวสารได้ตามจำนวน
(ข้อนี้บังคับค่ะ ต้องทำทุกคน)

6. ไปร่วมละหมาดอีดที่มัสยิดหรือที่ลานกว้างที่นัดหมายกัน
ให้ทุกคนทั้งชาย หญิง เด็ก ไปร่วมกัน แม้แต่หญิงมีประจำเดือนที่
ห้ามละหมาดก็ให้ไปร่วมด้วย การเดินทางไปมัสยิดให้ไปทางหนึ่ง
กลับอีกทางหนึ่ง บางคนบอกว่า ถ้าเดินทางด้วยเท้าได้จะดีมาก
คงเพราะเราจะทำให้เราได้พบปะให้ทักทายพี่น้องมุสลิมของเรา
เป็นจำนวนมาก นั้นเอง

7. ที่มัสยิด ทุกคนจะร่วมกันกล่าวตั๊กบีร
ร่วมละหมาดอีด 2 ร่อกะอัตและฟังคุตบะห์(เทศนา) เสร็จแล้ว
จับมือ สวมกอดแสดงความรักและการให้อภัยซึ่งกันและกันในสิ่งที่
ได้เคยล่วงเกินกัน และร่วมกันรับประทานอาหาร

8. เยี่ยมเยียนผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพและญาติพี่น้อง

9.ถ้าต้องการจะกล่าวอวยพร ก็ให้กล่าวคำว่า
“ตะก็อบบะลัลลอฮุมินนา วะมิงกุม”
คำแปล : ขออัลเลาะห์ทรงรับการงานที่ดีจากเราและจากท่านด้วยเถิด
แต่ว่า โดยไป เห็นเขาใช้ว่า “ซาลามัต ฮารีรายอ” กันค่ะ

10. ให้แสดงตนเองให้ผู้คนทั้งหลายทราบว่านี่คือวันแห่งเฉลิมฉลอง
รื่นเริงของพี่น้องมุสลิมซึ่งเป็นวันแห่งวาระสำคัญยิ่งในรอบปี
โดยตกแต่งบ้านช่องให้สะอาดสวยงามตามสถานภาพของตนเอง

11.พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน

About krupenka

คณิตศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s